แร่ใยหิน อันตรายอย่างไร?

เรื่องของ”ใยหิน”

ถึงแม้ในทุกวันนี้แร่ใยหินจะถูกแทนที่ด้วยวัสดุชนิดอื่นแล้ว แต่สัดส่วนการนำเข้าแร่ใยหินของประเทศไทยในปีที่ผ่านมายังคงสูงเป็นอันดับ 1 ใน5ของเอเชีย ในขณะที่หลายๆประเทศยกเลิกการใช้ใยหินไปแล้ว

สงสัยกันไหมคะ เหตุผลใดที่ทำให้วัสดุที่มีคุณสมบัติดีงาม ทั้งด้านของการทนไฟหรือทนทานต่อความร้อน ตั้งแต่ 700-1,000 องศาเซลเซียสขึ้นไป แต่ไม่นำพาความร้อนและไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังทนต่อกรด-ด่าง การทำลายของแมลงที่มักเข้ามาเจาะเพื่ออาศัยทำรัง มีความยืดหยุ่นและแข็งเหนียวสามารถที่จะนำมาปั่นให้เป็นเส้นรวมถึงทอให้กลายเป็นผืนได้ และราคาถูกอย่างใยหินถึงได้ถูกแบน วันนี้เรามารู้จัก 3 โรคร้ายที่มาพร้อมกับใยหินกันค่ะ


1.โรคปอดอักเสบ หรือเรียกตามสิ่งที่ก่อให้เกิดโรค คือ‘โรคแอสเบสโตสิส’ (Asbestosis) มีสาเหตุมาจากการหายใจรับเอาเส้นใยแอสเบสตอสเข้าไปสะสมภายในปอดเป็นเวลานานกว่า 5-10 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและปริมาณของเส้นใยดังกล่าวที่เข้าไปสะสมภายในปอดด้วย แต่เมื่อเกิดอาการอักเสบขึ้นที่ปอดแล้วจะทำให้ปอดมีลักษณะแข็งเป็นพังผืดเป็นเวลานาน และในเวลาต่อมายังก่อให้เกิดการลุกลามไปยังกระบังลมตลอดจนถึงเยื่อบุภายในช่องท้อง

ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่าย ไอเรื้อรัง ร่างกายอ่อนเพลียอย่างมาก หายใจลำบาก น้ำหนักลดลง เจ็บหน้าอกและตัวซีดเขียว เพราะร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ที่น่าใจหายไปกว่านั้นคือ เมื่อเกิดโรคนี้ขึ้นแล้วผู้ป่วยจะไม่สามารถรักษาโรคแอสเบสโตสิสให้กลับมาหายเป็นปรกติได้เลย ทำได้เพียงหมั่นหลีกเลี่ยงการเผชิญกับฝุ่นละอองเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายสูดรับเอาละอองของเส้นใยแอสเบสตอสเข้าไปเพิ่มเติม ไม่เช่นนั้นแล้ว อาการของโรคแอสเบสโตสิสก็จะยิ่งทวีความรุนแรงหนักขึ้นได้ค่ะ


2.โรคมะเร็งปอด (Lung cancer) สำหรับคนที่สัมผัสกับแอสเบสตอสเป็นประจำย่อมมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งปอดค่อนข้างสูง เพราะเส้นใยแอสเบสตอสมีโอกาสเข้าไปยังระบบทางเดินหายใจกระทั่งเข้าไปก่อตัวเพื่อทำลายเซลล์ปอด เมื่อเกิดเป็นพังผืดในระยะเวลานานนับ 10 ปี อาการดังกล่าวก็จะลุกลามพัฒนามาสู่การเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด ยิ่งหากผู้ป่วยสูบบุหรี่ด้วยแล้วโอกาสของการเกิดมะเร็งปอดก็จะยิ่งสูงมากขึ้นตาม

ผู้ป่วยมักจะมีอาการไอ เจ็บหน้าอกและมีเสมหะออกมาเป็นเลือดบ่อยๆ เพราะสารพิษจากควันบุหรี่ล้วนมีสารก่ออันตรายต่อปอดหลายชนิดอยู่แล้ว เซลล์ปอดจึงย่อมถูกทำลายให้เสื่อมสภาพและพัฒนามาเป็นมะเร็งได้อย่างง่ายดายภายในเวลาอันรวดเร็วยิ่งขึ้น


3.โรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด หรืออีกชื่อในวงการคือ ‘เมโสธีลิโอมา’ (Mesothelioma) เป็นได้ทั้งเนื้องอกหรือโรคมะเร็งชนิดหนึ่งที่มีการเกิดขึ้นในบริเวณเยื่อหุ้มปอดและเยื่อบุภายในช่องท้อง โรคดังกล่าวมักเกิดกับผู้ที่มักสัมผัสกับแอสเบสตอสชนิดครอซิโดไลท์และอะโมไซท์เป็นประจำ อาการของโรคยังสามารถลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น คอหอย กระเพาะอาหารและรังไข่

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเมโสธีลิโอนั้น ในบริเวณเยื่อหุ้มปอดมักจะมีอาการหายใจแบบติดขัด หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หากลุกลามมายังเยื่อบุช่องท้องก็มักจะมีอาการปวดท้องอย่างหนัก และเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตได้ภายในเวลาเพียง 1-2 ปีอีกด้วย

ถึงแม้ว่าโรคที่เกิดจากใยหินจะใช้เวลา 5-10ปีในการก่อตัว แต่ทุกท่านอย่าลืมนะคะว่า ท่านยังต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากภายนอก ทั้งฝุ่น ควันบุหรี่ ควันท่อไอเสียดังนั้นทางที่ดีเลือกใช้วัสดุที่ปลอดใยหิน เพื่อทำให้ที่บ้านของท่านเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับคนที่ท่านรักและตัวท่านเองค่ะ


Photo by Tneil Abt on Unsplash

1 view0 comments